Top 10 Review Products-Top 10 Android Tablets 2016

13.7.59

Top 10 Review Products-Top 10 Android Tablets 2016: Design-Crafts top 10 review products is a leading price comparison site that allows you shop online for the best deals.

FL Studio Tutorial - Interface หน้าตาและวิธีใช้เบื้องต้น

23.5.54

FL Studio 8 หรือ Fruity Loop Studio
เป็นโปรแกรมแต่งเพลงที่มือโปรนิยมใช้กันมาก เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างด้วยนะเออ
หน้าตาดูดี เข้าใจง่าย ใช้งานง่าย แต่งได้หลากหลายแนวดนตรี
ที่สำคัญคือ เสียงออกมาดีเยี่ยม !

โหลดโปรแกรมตรงนี้
เครื่องดนตรีอื่นๆก็ตรงนี้ มีรวมวง orchestra ด้วยนะ
 



ส่วนเสียงอื่นๆที่เป็น sound front ต่างๆก็หาได้ใน www.hammersound.com
หรือเข้า google แล้วเซิร์ช sound front เอาตามใจชอบ

วิธีติดตั้งก็เหมือนโปรแกรมทั่วๆไป คือกด Next ไปเรื่อยๆ ติดตั้งตามที่ที่ท่านอยากจะติด
ส่วนรูปข้างล่างนี่คือ มันจะให้เราเลือกว่าจะติดตั้งอะไรบ้าง
หลักๆที่ต้องติดคือ FL Studio as Plugin ไม่ติดไม่งั้นไม่มีเสียงให้ใช้นะครับ
ส่วน Asio4All กับ Collab 1.1 ผมไม่รู้ว่าติดไปไว้ทำอะไร ไม่เคยใช้ แต่ผมก็ติด เหอๆ
 

tr01

พอติดเสร็จแล้ว
 อย่าเพิ่งเปิดโปรแกรมนะครับ ถ้าเปิดแล้วก็ไม่เป็นไร ให้ปิดไปก่อน
แล้วก็ต้องติดแครกเกอร์ โดยการเอาขนมกรุบกรอบที่ชื่อว่า
 xxl . reg ไปวางในโฟลเดอร์ของ FL Studio 8
ยกตัวอย่าง C: >Program Files >Image-Line >FL Studio 8 พอเอาไปวางแล้วก็ double click ที่ตัวแครกแล้วมันจะถามดังรูป


tr02

ก็กด เยส ไป ที่นี้พอเปิดโปรแกรม โลโก้ของเราจาก DEMO ก็
จะกลายเป็น XXL ดังรูป
ไม่หมดเวลา เซฟได้ ทำได้ทุกอย่าง แต่จะมีปัญหากับปลั๊กอินบางตัว ที่ต้องหาแครกต่างหากมาเพิ่ม -*-


tr03
Photobucket

แล้วโปรแกรมมันมีอะไรบ้างล่ะ ?


tr04
Photobucket

ก็หน้าตอนเปิดใหม่ๆจะเป็นประมาณนี้ครับ
 ทุกปุ่ม ทุก channel สามารถคลิ๊กขวาได้ เอาไว้ create automation และอื่นๆ

tr04-5
Photobucket

Plugin คือที่เอาไว้รวบรวมเสียง เครื่องดนตรี ฯลฯ เอาไว้ให้เราเลือกใช้ ลากมาใส่ใน Step
Step sequencer คือที่เอาไว้ใส่โน็ตให้กับเครื่องดนตรีนั้นๆ โดยเปิดกับ piano roll โดยการคลิ๊กขวา
play list คือที่ใส่จัดเรียง pattern ที่เราใส่โน็ตใน step ไว้แล้ว เอามาเรียงในนี้อีกทีนึง
clip คือที่ใส่เสียง หรือ pattern หรือ Automation สามารถสลับบนล่างกับ play list ได้

ตัวต่อไปคือ Mixer จำเป็นและควรจะใช้ให้เป็นด้วย กดเปิดได้ง่ายๆ กด F9
เอาไว้ผสมเสียง ใส่เอ็ฟเฟ็ก ปรับ EQ ฯลฯ เปรียบได้ว่าคุณเป็น Sound Engineer ได้เลย (ถ้าใช้เก่งๆนะครับ)
มันสำคัญ เพราะเสียงจะออกมาดีไม่ดี ตัวนี้ก็มีส่วนมากเหมือนกันในการ Mastering เสียงออกมา
เสียงจะออกมาในทำนองไหน อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของคนทำ อีกทีนึงด้วย
 

tr05

Piano roll คือที่วางโน็ต ใช้ง่ายๆ คลิ๊กซ้าย คลิ๊กขวาไปๆมาๆกดเพลย์ ก็ออกมาเป็นเพลงแล้ว
ข้างล่างที่เป็นแท่งๆขึ้นมา เป็นตัวกำหนดเสียงดังเบา แล้วสามารถเลือกเป็นอย่างอื่นได้เช่น
ปรับเสียงซ้ายขวา ปรับ pitch ของเสียง ที่ตรงนั้นได้ด้วย


tr06
Photobucket

Setting กด F11 เพื่อเปิด


tr07

Automation ทำได้ง่ายๆ โดยการคลิ๊กขวา Create Automation มันจะเอาไว้คอยปรับเสียง
ดังเบาได้ ถ้าเราครีเอทมาจากปุ่มวอลุ่ม และอื่นๆอีกมากเช่นปรับเสียง Flanger หรือแม้กระทั่ง Turn Table
ใน Mixer ก็สามารถใช้ Automation ในการ สแครชแผ่นได้


tr12

Events คล้ายๆ Automaion แต่มันอยู่ใน Pattern ที่เราเลือกไว้ สามารถปรับ tempo ขึ้นลงได้แม่นยำ
ถ้าเป็น
 Automation จะปรับ tempo ให้เท่าเดิมไม่ได้ เพราะมันวัดเป็น % แต่ Events จะวัดเป็น BPM
ข้อดีอย่างอื่นของ Events คือปรับ Pitch ของเสียงให้เครื่องดนตรีได้ อย่างเช่น กีตาร์
โปรแกรมนี้สามารถทำเสียงกีตาร์เหมือนเล่นสดๆได้ เช่นการรูดสาย Pitch ของเสียงจะเปลี่ยนไป
ถ้าในโปรแกรมธรรมดาๆ เสียงจะตรงแหน่ว แต่ถ้าเราใส่ Pitch ให้มันด้วย ก็จะเพิ่มเสน่ห์ของเสียงด้วย
และทำให้มันเหมือนจริง เหมือนเล่นสดมากขึ้น แต่อยากจะบอกว่า ทำ ให้ เนียน มัน ยาก มาก มาก !!!


tr13
Photobucket

ก็ไม่มีอะไรมากครับ กดไปกดมาเดี๋ยวก็เข้าใจเอง ผมคงจะเขียนละเอียดไม่มากกว่านี้มากนัก
ไม่งั้นคงอธิบายกันเป็นเล่มเลย กว่าจะครบทุกๆเรื่อง แนะนำให้หาดูใน Youtube ครับ มีวิธีการทำบอกไว้เยอะแยะ
หรือเปิด Cool Stuff ของโปรแกรมดูเอาก็ได้ครับ มีเพลงให้ฟัง อธิบายวิธีนู่นนี่นั่นเยอะแยะครับ

อื่นๆที่ไม่มีบอกไว้ แต่ก็ทำได้ง่ายๆเช่น
วิธีไล่สีของเครื่องดนตรี เริ่มแรก ให้คลิ๊กซ้ายค้าง ตรงสีเขียวๆอะครับ แล้วลาก หรือถ้าไม่ต้องการตรงไหน ให้คลิ๊กขวา
 

tr08

เสร็จแล้วกดที่เมนูข้างบน Channels > Color selected > Gradient

แล้วมันจะให้เราเลือกสี 2 ครั้ง ก็เลือกเอาตามชอบ แล้วมันจะไล่สีให้เราครับ
เป็นอย่างที่เห็น


tr09

ต่อมาก็เป็นวิธีใส่สี ใส่แถบข้างหลัง ให้ pattern ให้ดูเอาในรูปครับ


tr10

เคล็ดลับของมันคือการใส่ - ข้างหน้าสุดเท่านั้นเองครับ ไม่มีอะไรมากกว่านั้นเลย -*-

สามารถเปลี่ยนแบคกราวนด์ได้ตามใจชอบ >______<
กดที่เมนูด้านบน View > Background แล้วเลือกรูป
 

tr11
Photobucket

ที่จริงแล้วไม่มีความจำเป็นเท่าไรครับ เพราะพอเปิดทำจริงๆ มันก็จะโดนบังหมด T_T

อันนี้ก็เป็นรูปรวมๆ ขณะใช้โปรแกรมจริงๆ จะมีอะไรยุ่งยากเยอะแยะครับ
แต่ก็ไม่ได้ใช้ยากอะไรเลย ทุกคนใช้ได้ ใช้เป็นง่ายๆ
แต่ถึงกระนั้น จะแต่งเพลงออกมาดีไม่ดี
ก็อยู่ที่ความสามารถความรู้ทางด้านดนตรี และไอเดียเด็ดๆ อีกทีนึง
แต่งเพลงไม่ใช่เรื่องยากครับ เพราะฉนั้นเรามาแต่งเพลงกันเถอะครับ
ปล. ใครมีจอยักษ์ๆ คงสบายใจไม่น้อย เพราะพอเปิดทีก็เต็มจอผมแล้ว ดูลำบากมาก -*-
 

tr14
Photobucket 
บทต่อไป ขอคิดก่อนว่าจะเอาเรื่องไหนมาลงดี -*-
ก็คงเอาเรื่องที่ควรรู้ไว้ก่อนแล้วกันนะครับ
แบบที่ว่า ไม่ค่อยมีคนเอามาสอน น่าจะดีกว่า
ติดตามได้ที่นี่ที่เดียวครับ
ปล. ดูกี่ทีๆ ก็รู้สึกภาคภูมิใจ (>______^X)


tr15
Photobucket

DFX Plugin สำหรับการปรับแต่งเสียงเพลงจาก Winamp ให้ดีขึ้น

19.12.53

โปรแกรมสำหรับเล่นเพลง MP3 ยอดนิยม คงจะหนีไม่พ้นเจ้า Winamp ซึ่งข้อดีอีกอันหนึ่ง ของโปรแกรมนี้คือ สามารถที่จะเพิ่ม Plugin หรือโปรแกรมต่าง ๆ ที่ออกแบบมาพิเศษ สำหรับทำงานร่วมกับ Winamp ได้ด้วย วันนี้ ผมจะขอแนะนำ Plugin ที่ชื่อว่า DFX ใช้สำหรับการเพิ่มลูกเล่น ในการปรับแต่งเสียงเพลง โดยสามารถเลือกปรับแต่งเสียงต่าง ๆ ได้เพิ่มมากขึ้นกว่าตัว Equalizer ที่มีมาแต่เดิมครับ
ทำความเข้าใจกับคำว่า Plugin ก่อน คำว่า Plugin หมายถึงโปรแกรม ที่จะเป็นตัวเสริมการทำงานของโปรแกรมอื่น ๆ โดยที่ตัวมันเอง จะไม่สามารถทำงานได้ เช่น DFX จัดว่าเป็น Plugin ของโปรแกรม Winamp ดังนั้น ก่อนการติดตั้ง Plugin ต้องมีการติดตั้งตัวโปรแกรม Winamp ไว้ก่อนนะครับ
หลังจากที่ในเคร่องมีการติดตั้งโปรแกรม Winamp ไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อต้องการติดตั้ง Plugin DFX เพิ่มเติม ก่อนอื่นก็ต้องหา ดาวน์โหลด DFX มาเก็บไว้ก่อนครับ หลังจากนั้นทำการแตกไฟล์ด้วย Winzip และเรียกที่ไฟล์สำหรับการติดตั้ง

ขั้นแรก เลือก Directory ที่มีโปรแกรม Winamp ติดตั้งอยู่ก่อน และกดที่ Next ครับ

โปรแกรมจะเริ่มต้นการติดตั้งอัตโนมัติ รอสักพักจนเสร็จขั้นตอนนี้

หลังจากนั้น จะมีช่องให้เราใส่อีเมล์สำหรับติดต่อ ก็ใส่ ๆ ไปเถอะครับ (ไม่ต้องใช้อีเมล์จริง ๆ ก็ได้) เท่านี้เป็นอันจบขั้นตอน การติดตั้งครับ ต่อไป เมื่อเรียก Winamp ขึ้นมา จะมีการโหลด DFX ตัวนี้ขึ้นมาให้ด้วย
สำหรับเวอร์ชั่นทดลองของ DFX จะมีกำหนดระยะเวลาใช้งาน ซึ่งจะขึ้นมาเตือนทุกครั้งที่เรียก ดังนั้น หากต้องการใช้งานนาน ๆ ให้เรียกที่ไฟล์ dfxkeymaker.exe เพื่อแก้โปรแกรมนี้ครับ หลังจากเรียกแล้วไม่ต้องทำอะไรเลยครับ กดที่ Exit ได้เลย เท่านี้ก็จบขั้นตอนการติดตั้งทุกอย่าง
ตัวอย่างการใช้งานโปรแกรม
เมื่อเรียก Winamp ขึ้นมา จะมีการโหลด DFX ตามมาด้วย โดยหน้าตาของโปรแกรมจะเป็นดังภาพครับ

จะมีปุ่มต่าง ๆ ให้ปรับเสียงตามใจ้ชอบ อันนี้ก็ลองปรับแต่งกันตามความพอใจของแต่ละคนครับ และเมื่อปรับแต่งกันจนได้ที่แล้ว ยังสามารถเก็บค่าการปรับนั้น ๆ ไว้ได้โดยกดที่ปุ่ม Presets นะครับ

จากเมนูของ Presets จะมีการปรับแต่งแบบต่าง ๆ ให้เลือกได้หลายอย่าง หรือหากต้องการเก็บค่าที่เราปรับแต่งไว้ ก็เลือกที่ Save และใส่ชื่อที่ต้องการเก็บได้เลย
เท่าที่ได้ทดลองใช้งานดู พบว่าโปรแกรมนี้ ให้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้นมาพอสมควรครับ ทดลองใช้กันดูตามใจชอบกันเองนะ


โดย: คอม-ไทย ดอทเน็ต

การหาดาวน์โหลด ซอฟต์แวร์ ต่าง ๆ จากอินเตอร์เน็ตมาใช้งานแบบง่าย ๆ

ก่อนอื่น ใครที่อ่านบทความในหน้านี้ ต้องขอเตือนก่อนนะครับว่า คุณกำลังจะเริ่มต้นการทำผิดกฏหมายเข้าให้แล้ว เพราะว่าผมกำลังจะแนะนำ วิธีการหา ซอฟต์แวร์ ต่าง ๆ จากอินเตอร์เน็ตมาใช้งาน ทั้งแบบที่เป็นเวอร์ชั่นเต็ม และแบบที่ต้องใช้ crack หรือ keygen นะครับ เอาเป็นว่า ถ้าหากคุณยังใช้ Windows เวอร์ชันของพันธ์ทิพย์อยู่ละก็ ลองมาดูวิธีการหา ซอฟต์แวร์ อย่างอื่น ๆ มาใช้งานเล่นดูบ้าง อย่างน้อย ๆ ก็ประดับความรู้ไว้ครับ แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากจะให้ซื้อ ซอฟต์แวร์ ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง มาใช้งานกันนะครับ
จะหาซอฟต์แวร์ต่าง ๆ จากที่ไหน
สิ่งแรกที่ต้องทราบคือ เว็บไซต์สำหรับทำการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เหล่านี้มาใช้งาน ทางเลือกมีให้คุณ 2 ทางคือ หาซอฟต์แวร์ที่เป็นเวอร์ชันเต็มที่มีให้ดาวน์โหลดตามเว็บไซต์ประเภทนี้ (ดูจากลิ้งค์ในหน้าแรกของที่นี่ก็ได้) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นตัวเต็มจริง ๆ ไม่ต้องทำอะไรอีก สามารถใช้งานได้ทันที และอีกทางเลือกหนึ่งคือ ให้ทำการดาวน์โหลด ซอฟต์แวร์ที่เป็นรุ่นทดลองใช้งาน จากเว็บไซต์ของเจ้าของซอฟต์แวร์นั้น ๆ มาก่อน ส่วนใหญ่จะเป็น shareware ซึ่งจะใช้วิธีการกำหนดระยะเวลาการใช้งานที่จำกัดไว้ หลังจากนั้นจึงทำการหา code สำหรับลงทะเบียนมาใส่ เพื่อให้เป็นเวอร์ชันเต็มจริง ๆ หรือหา crack เพื่อทำการแก้ไขให้ใช้งานได้ครับ โดยที่วิธีนี้ หากไม่ทราบเว็บไซต์สำหรับดาวน์โหลด ก็ให้ไปค้นหาได้ที่ http://www.download.com ครับ เริ่มต้นทำการค้นหาจากที่นั่น ส่วนใหญ่จะมีแน่นอน
Crack / Key Gen / Serial No.
มา รู้จักกับสิ่งเหล่านี้กันก่อน ปกติแล้ว Software ที่มีให้ Download ตามเวปต่าง ๆ จะแบ่งออกได้เป็น Freeware, Shareware, Demo หรือ Full Version หรือเรียกง่าย ๆ ก็คือ ฟรี กับ เสียตังค์ นั่นเอง หาก Software ตัวไหนให้ใช้ฟรี เราก็สามารถใช้งานได้ทันที แต่สำหรับ Software บางตัวที่ต้องเสียเงิน ก็จะมีวิธีการจำกัดความสามารถต่าง ๆ แตกต่างกันออกไปครับ เช่น กำหนดระยะเวลาใช้งานไว้ หรือให้ใช้ได้แต่บาง function เท่านั้น จนกว่าจะมีการลงทะเบียนหรือนำ Register Code หรือ Serial No. ที่ได้จากการลงทะเบียนมาใส่ (ซึ่งคุณต้องเสียตังค์สำหรับ Code ที่ว่านี้ด้วย) ในที่นี้จะแนะนำการทำให้ Software เหล่านี้ใช้ได้เต็มหรือใช้ได้ตลอดไปโดยการ crack หรือหา Key Gen มาใช้
Crack คือโปรแกรมที่จะเข้าไปแก้ไข ในส่วนของการตั้งเวลาหมดอายุใช้งาน หรือทำให้ใช้งาน function ต่าง ๆ ได้ วิธีการ crack ส่วนใหญ่จะเหมือน ๆ กันคือให้ copy ไฟล์ crack ไปใส่ไว้ใน Folder เดียวกันกับที่เก็บโปรแกรม และเรียกใช้ จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนครับ บางโปรแกรมก็อาจจะต้องเรียกใช้ไฟล์ crack แทนไฟล์เดิมของโปรแกรมนั้นแทน หรืออ่านรายละเอียดวิธีการใช้งานจากไฟล์ Readme.txt ที่มีมาให้ด้วย
Key Gen คือโปรแกรมสำหรับหา Register Code หรือ Serial No. ของ Software ต่าง ๆ โดยจะให้เราใส่ชื่อของ user name ที่จะ Register แล้วก็จะบอกเป็น Code มาให้สำหรับนำไปใส่ในช่อง Register Code เพื่อให้ Software ตัวนั้นเป็นแบบ Register Version รายละเอียดของการใช้ Key Gen ก็อาจจะต้องอ่านจากไฟล์ Readme.txt ที่มากับโปรแกรมนั้น ๆ ด้วย
สำหรับการค้นหา Crack หรือ Key Gen ของโปรแกรมต่าง ๆ สามารถค้นหาได้โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ที่รวมของ crack ต่าง ๆ ที่นิยมกันมากและมีค่อนข้างมากคือ http://astalavista.box.sk http://www.andr.net http://www.serials.ws และ http://www.cracks.am โดยเมื่อเข้าไปแล้ว ก็กรอกชื่อหรือคำที่ต้องการค้นหาได้เลย พยายามดูรุ่นหรือ version ให้ตรงกับที่ต้องการด้วย หรือในบางครั้ง อาจจะใช้แทนกันได้ อันนี้ต้องลองกันเองครับ
การใส่ register code ส่วนใหญ่ที่พบ จะมีอยู่ 2 แห่งคือ ต้องใส่ขณะที่เริ่มต้นขั้นตอนการติดตั้ง และบางครั้ง ต้องทำการติดตั้งให้เสร็จก่อน แล้วจึงเข้าไปในหน้าของ register code (ส่วนใหญ่จะอยู่ที่เมนู Help) ให้สังเกตุเวลาดูรุ่นของซอฟต์แวร์ในเมนู Help นะครับ มักจะเขียนบอกว่าเป็น Shareware Version หรือ Evaluation หรือ Register Version เป็นต้น
ทดลอง crack ของจริง กับการแก้โปรแกรม ให้ใช้งานได้ปกติ
มาดูตัวอย่างของการ crack หรือ keygen เพื่อทำการเปลี่ยนซอฟต์แวร์ ให้กลายเป็นรุ่นเต็มกัน โดยตัวอย่างที่จะแสดงให้ดูต่อไปนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 อย่าง ขึ้นอยู่กับวิธีการของผู้เขียน crack ของโปรแกรมแต่ละตัว
ตัวอย่างการใช้ keygen สำหรับโปรแกรม Winzip
ตัวอย่างของการใช้งาน keygen เพื่อหา Register code มาใส่สำหรับทำการลงทะเบียบโปรแกรม ซึ่งลักษณะการใช้งานทั่วไปของโปรแกรม keygen แบบนี้คือ ให้ทำการเรียกไฟล์ที่ได้มา อาจจะเป็นชื่อไฟล์ทำนองว่า keygen.exe หรือ crack.exe หรืออาจจะเป็นชื่ออื่น ๆ ก็ได้ จากนั้น ใส่ชื่อที่เราต้องการลงไปในช่อง Name แล้วกดปุ่ม Generate ตัวโปรแกรมจะสร้าง serial no. ให้เรา เพื่อนำเอาไปใช้ใส่ในช่อง Register ของโปรแกรมต่าง ๆ ได้ มาดูการทำ keygen ของโปรแกรม Winzip กัน โดยหลังจากที่ได้ติดตั้งโปรแกรม Winzip ไปเรียบร้อยแล้ว จะหา code สำหรับนำมาใส่ Register code โดยเริ่มต้นจากการหาดาวน์โหลดตัว crack ของโปรแกรมมาก่อน โดยที่จะยกตัวอย่างต่อไปนี้ เป็นลักษณะของ keygen ชื่อ sb_winzip8.exe

ทำการ ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ keygen ที่ได้มา เพื่อเริ่มต้น

จากนั้น ให้มองหาช่องใส่ name ก็ใส่ชื่อที่้องการลงทะเบียนลงไป จะใส่เป็นชื่ออะไรก็ได้ทั้งนั้น แล้วใช้เมาส์กดที่ปุ่ม Generate จะได้ serial แสดงออกมา ก็ให้นำเอา name และ serial นี้ไปใช้ในการ Register โปรแกรมครับ โดยวิธีการ Register ก็แล้วแต่ว่า จะมีช่องที่จะให้เราใส่ code ไว้ตรงไหน เช่นกรณีของ Winzip ให้เปิดโปรแกรม Winzip ขึ้นมาก่อน แล้วกดที่เมนู Help >> About

กดเลือกที่ปุ่ม Register

นำเอา name และ serial ที่ได้ ใส่ลงไปและกดปุ่ม OK

หลังจากนั้น เมื่อปิดและเปิดโปรแกรมใหม่ ก็จะกลายเป็นโปรแกรมที่ทำการ Register เรียบร้อยแล้ว
ตัวอย่างการใช้ crack สำหรับโปรแกรม WinRAR
อีกหนึ่งตัวอย่าง กรณีที่การ crack ทำเป็นแบบ Patch หรือเป็นการ crack จริง ๆ โดยวิธีการแบบนี้ จะไม่ใช่การหา code มาใส่ในช่อง Register แต่จะเป็นการใช้โปรแกรม crack ทำการเปลี่ยนแปลงซอฟต์แวร์ ให้กลายเป็นรุ่นเต็มไปเลย หลักการใช้ crack แบบนี้ ส่วนมากจะมีขั้นตอนง่าย ๆ คือ ลงโปรแกรมที่ต้องการใช้งานไปตามปกติ จากนั้นให้ copy ไฟล์ทั้งหมดของ crack ไปใส่ไว้ใน Folder เดียวกับโปรแกรมนั้น แล้วเรียกไฟล์ crack.exe หรือ patch.exe หรืออาจจะเป็นชื่ออื่น ตามที่ได้มา โปรแกรมจะทำการ crack อัตโนมัติ ในกรณีที่ไม่แน่ใจวิธีการใช้งาน ลองเปิดไฟล์ที่ลงท้ายด้วย .NFO ที่มากับชุด crack ด้วย notepad (กดเมาส์ขวา แล้วเลือก open with เลือก notepad) ส่วนมากจะมีคำอธิบาย วิธีการใช้งานเป็นภาษาอังกฤษไว้เสมอ
หลังจากที่ติดตั้งโปรแกรม WinRAR ไปแล้ว ถ้าดูที่เมนู Help >> About จะเห็นว่า โปรแกรมยังเป็นรุ่นทดลองใช้งาน 40 วัน

ทำการหาดาวน์โหลด crack มาใข้งาน โดยที่ให้ทำการ unzip และนำไปเก็บไว้ก่อนที่ Folder ไหนก็ได้

จากภาพ จะเห็นว่ามีไฟล์ที่มีนามสกุล .nfo ให้ลองเปิดออกอ่านด้วย notepad (กดเมาส์ขวาที่ไฟล์ เลือก open with และเลือก notepad) จะเห็นคำอธิบายข้างใน

คำอธิบายด้านใน อาจจะมีตัวอักษรแปลก ๆ ก็ไม่ต้องสนใจอะไร จากตัวอย่างนี้ จะเป็นว่ามีตรงที่บอกว่า โปรแกรมนี้เป็นแบบ Patch ไม่ใช่ Serial หรือ KeyGen นะครับ ดังนั้น ต้องใช้งานแบบการ Patch คือ copy ไปไว้ใน Folder เดียวกับตัวซอฟต์แวร์ และเรียกไฟล์สำหรับทำการ Patch
ในที่นี้ ก็ทำการ copy ไฟล์ทั้ง 3 ไฟล์ด้านบน ไปเก็บไว้ที่ C:\Program Files\WinRAR แล้วก็ดับเลิบคลิกที่ไฟล์ Patch.exe เพื่อเริ่มต้นการ crack

ใช้เมาส์กดที่ปุ่ม Patch จะได้เมนูแจ้งการทำงานว่า File successfully patched ตามภาพ เป็นอันเสร็จ ทอลองเปิดโปรแกรม WinRAR มาดูใหม่ เลือกที่เมนู Help >> About ครับ

จะเห็นว่า คำว่า 40 days trial copy หายไปแล้ว กลายเป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถใช้งานได้ตลอดไปครับ
หวังว่าคงจะพอเข้าใจกันบ้าง ตรงนี้ก็ขอแนะนำแค่เพียงคร่าว ๆ เท่านี้นะครับ อาจจะหามาใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็ต้องทดลองเล่นกันดูเอง แต่ยังไงก็ช่วย ๆ กันสนับสนุนซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องตามกฏหมายกันด้วยนะครับ


คอม-ไทย ดอทเน็ต

การตั้งใช้งาน Outlook Express ให้ใช้งานกับ อีเมล์ของ Hotmail.com

สำหรับท่านที่มี E-Mail Account ของ Hotmail ซึ่งในความเห็นส่วนตัวแล้ว Hotmail เป็น E-Mail Free ที่น่าใช้งานตัวหนึ่ง ชื่อก็จำง่ายดี อาจจะเพราะว่ามีมานานก่อนที่อื่น ๆ แต่มีข้อเสียคือไม่สามารถใช้งานกับโปรแกรมรับส่งเมล์ทั่ว ๆ ไปได้ จนกระทั่งเมื่อมีการออก Internet Explorer 5 ออกมาจะมีโปรแกรม Outlook Express 5 แถมมาด้วย เจ้า Outlook Express นี่แหละครับที่สามารถนำเอา Account ของ Hotmail มาใช้ได้ ทำให้เราไม่ต้องคอยเข้าไปที่ http://www.hotmail.com เพื่อใช้งาน E-Mail ให้ยุ่งยากอีกต่อไป ก่อนอื่นต้องบอกว่า สำหรับ IE5 เท่านั้น หากเป็น IE4 จะยังใช้ไม่ได้ (ดูวิธีการติดตั้งและการปรับแต่ง IE5 ได้ที่ Setup Internet Explorer Version 5.0)
เริ่มต้นจากการตั้งให้ IE5 มองเห็น Outlook Express เป็น Default Mail Program ก่อนโดยเรียก IE ครับแล้วเลือกที่เมนู Tools และ Internet Option กดเลือกที่ป้าย Programs

เปลี่ยน ในช่องของ E-mail: ให้เป็น Outlook Express แล้วกด OK 2 ครั้ง ครับเพื่อกลับไปที่หน้าปกติของ IE5 เริ่มต้นทำการติดตั้ง Account E-Mail ของ Hotmail โดยเรียก Outlook Express หรือกดที่เมนู Tools เลือก Mail and News เลือกที่ Read Mail

* ถ้าหากเครื่องคุณมีการติดตั้ง account ของ E-Mail อื่น ๆ ไว้แล้วจะไม่ขึ้นหน้าเมนูนี้ จะเข้าไปที่ Outlook ทันที ให้เลือกที่เมนูของ Outlook ที่ Tools เลือก Accounts เลือก Mail และเลือก Add Mail ทางขวามือ
จะเข้าหน้าของ Internet Connection Wizard

ใส่ชื่อที่ต้องการให้แสดงในช่อง Display name กด Next

ใส่ email address ของคุณแล้วกดที่ Next

ตรงนี้เลือก My incoming mail server is a HTTP server และ My HTTP mail service provider is Hotmail หรือใส่ตามรูป กด Next

ใส่ account และ password ของ Hotmail ครับ กดที่ Next (ถ้าต้องการให้จำ password ไว้ด้วยก็กดเลือกที่ Remember password)

กดที่ Finish ก็จบแล้ว เท่านี้ก็สามารถเรียกอ่านเมล์ของคุณผ่านทาง Outlook Express ได้แล้ว หากต้องการเปลี่ยนชื่อที่แสดง ก็เลือกที่ File เลือกที่ Properties เพื่อเปลี่ยนชื่อ หรือค่าต่าง ๆ เมื่อต้องการให้โปรแกรมรับหรือส่งข้อมูล ก็เลือกที่ Tools และ Synchronize All



คอม-ไทย ดอทเน็ต

Proplus ซอฟต์แวร์สำหรับเล่นและร้องเพลง คาราโอเกะ บนเครื่องคอมพิวเตอร์

18.12.53

หลังจากที่ได้แนะนำโปรแกรม KaraOK สำหรับการเล่นเพลง คาราโอเกะบนเครื่องคอมพิวเตอร์ไปแล้ว แต่เนื่องจากตัวโปรแกรม KaraOK ค่อนข้างจะใหญ่ และหาดาวน์โหลดได้ยาก ดังนั้น ขอแนะนำ ซอฟต์แวร์สำหรับการเล่นเพลงคาราโอเกะ อีกตัวหนึ่ง ที่อาจจะพอหาดาวน์โหลดมาใช้ได้ง่ายกว่ากัน ซอฟต์แวร์ที่ว่านี้คือ Proplus โดยที่หลักการใช้งาน ค่อนข้างจะใกล้เคียงกับ KaraOK มาก รวมถึงยังสามารถเล่นเพลงในรูปแบบเดียวกันกับ KataOK เช่นกัน
เพื่อไม่ให้เสียเวลา ขอให้อ่านพื้นฐานเบื้องต้นของเพลงแบบคาราโอเกะ จากหัวข้อเรื่องของการใช้งาน KaraOK ก่อนครับ ส่วนตัวโปรแกรม Proplus ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ ก็จะขอเริ่มต้นที่ขั้นตอนการติดตั้งและใช้งานไปเลย
เริ่มต้นขั้นตอนการติดตั้งซอฟต์แวร์กันดีกว่า
ตัวซอฟต์แวร์ของ Proplus และเพลงต่าง ๆ ให้ลองค้นหาดูจากลิงค์ด้านท้ายของหน้าเว็บนี้นะครับ หลังจากดาวน์โหลดไฟล์ และเพลงต่าง ๆ มาครบแล้ว ก็เริ่มต้นขั้นตอนการติดตั้งกันได้เลย

ในตรงนี้เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมจะขอข้ามขั้นตอนการติดตั้งไปบ้างนะครับ กดที่ปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไปเรื่อย ๆ

จนมาถึงขั้นตอนของการติดตั้ง XingMPEG เพื่อที่จะใช้ในการซ้อนภาพยนตร์ ขณะที่ร้องเพลงได้ด้วย แนะนำให้ติดตั้งโดยกด OK

กดที่ปุ่ม OK เพื่อติดตั้ง XingMPEG ครับ

กด Next ไปเรื่อย ๆ จนถึงสุดท้ายที่ Finish ครับ ตรงนี้ให้ทำการ Restart เครื่องใหม่ก่อน 1 ครั้ง
เริ่มต้นใช้งานและการตั้งค่าและใช้งานโปรแกรม
เริ่มต้นจากการ เรียกโปรแกรม Proplus ขึ้นมา ก่อนอื่น ต้องทำการตั้งค่า ให้โปรแกรมรู้จักกับเพลงต่าง ๆ เสียก่อน โดยเลือกที่เมนู ตั้งค่า (เป็นปุ่มรูปสามเหลี่ยมอยู่ขวามือ)

กำหนดโฟลเดอร์ที่เก็บเพลง โดยเลือกตรง ที่เก็บเพลง และเปลี่ยนเป็นโฟลเดอร์ ที่เราเก็บเพลงของคาราโอเกะ

จากนั้น เลือกกดที่ป้าย เพลง เพื่อทำรายการเพลงก่อน โดยกดที่ปุ่ม สร้างรายการ ครับ

รอสักครู่ จนกระทั่งโปรแกรมทำการสร้างรายการเสร็จ ตามภาพตัวอย่าง เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย พร้อมใช้งานแล้ว หากเมื่อใด มีเพลงใหม่ ๆ มาเพิ่ม ก็เลือกที่ปุ่ม สร้างรายการเพลงนี้ใหม่ได้เลยครับ
จากนั้นก็ปิดหน้าต่างของการตั้งต่า กลับมาที่หน้าจอหลัก พิมพ์ชื่อเพลงที่ต้องการจะเล่นลงไปได้เลย

ตัวอย่างการเลือกเพลง โดยการพิมพ์ชื่อเพลงลงไป และกด Enter ครับ เราสามารถเลือกเพลงโดยกดปุ่มลูกศร ซ้าย-ขวา ก็ได้ นอกจากนี้ ถ้าต้องการดูรายการเพลงทั้งหมด ก็กดคีย์ลูกศรขึ้นหรือลง เพื่อดูรายการเพลงที่เลือกไว้

แล้วก็ตั้งใจร้องเพลง ให้เพราะ ๆ ได้เลยครับ

ลิงค์สำหรับดาวน์โหลด ซอฟต์แวร์และเพลงใหม่ ๆ


โดย: คอม-ไทย ดอทเน็ต

KaraOK ซอฟต์แวร์สำหรับเล่นและร้องเพลง คาราโอเกะ บนเครื่องคอมพิวเตอร์

อีกหนึ่งประโยชน์ ของการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ให้คุ้มค่า นั่นคือ นำมาทำเป็นเครื่องเล่น คาราโอเกะ ในบ้านครับ หลาย ๆ ท่านคงจะเคยไปร้องคาราโอเกะ ตามร้านอาหารมาบ้างแล้ว มาลองดูโปรแกรม KaraOK ซึ่งจะทำการเปลี่ยน เครื่องคอมพิวเตอร์ ตัวเก่งของคุณ ให้กลายเป็นเครื่องมือ ที่สามารถสร้างความบันเทิงภายในบ้านได้
ก่อนอื่น มาทำความรู้จักกับ เพลงในรูปแบบคาราโอเกะกันก่อน ความจริงแล้ว เพลงแบบนี้ ก็คือเพลงในรูปแบบของ MIDI นั่นเอง ซึ่งเป็นรูปแบบการเก็บตัวโน็ตและจังหวะ ของเครื่องดนตรีชิ้นต่าง ๆ แทนที่จะเก็บเป็นเสียงดนตรีจริง ๆ เมื่อเล่นเพลงแบบ MIDI นี้ ซอฟต์แวร์ที่จะเล่น จะต้องแปลความหมายของตัวโน็ต ออกมาให้กลายเป็นเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นแทน ดังนั้น เพลงในแบบนี้ จะใช้เนื้อที่จัดเก็บบนดิสก์เพียงแค่ประมาณ 20-30K. เท่านั้น (เพลงแบบ MP3 จะใช้ประมาณ 3M. ต่อเพลง)
ในเมืองไทย มีผู้ที่นำเอาไฟล์เพลงแบบ MIDI นี้ มาบวกเข้ากับเนื้อเพลง และกำหนดช่วงเวลาในการแสดงผล รวมออกมาเป็น ซีดีคาราโอเกะ ซึ่งจะใช้ซอฟต์แวร์ยอดฮิตคือ NCN Karaok ซึ่งหากเป็นการ์ดเสียงดี ๆ ก็จะได้เสียงดนตรีที่สมจริงมาก แต่ในที่นี้ ผมจะไม่แนะนำโปรแกรม NCN เพราะว่ามีขั้นตอนการติดตั้ง ค่อนข้างยุ่งยาก และมีปัญหากับการ์ดเสียงบางรุ่นด้วย ตรงนี้จึงขอแนะนำ แต่เพียงซอฟต์แวร์ที่ทดลองแล้วเห็นว่าใช้งานง่าย และปัญหาน้อย ๆ เท่านั้น ซึ่งหากใครซื้อซีดีของ NCN มา ก็สามารถ copy เพลงมาใช้ด้วยกันได้ครับ
มารู้จักกับโครงสร้างของการเก็บไฟล์เพลงแบบคาราโอเกะกันก่อน
จากภาพ จะเป็นตัวอย่างการจัดเก็บไฟล์ต่าง ๆ ซึ่งต้องมีการจัดเก็บให้อยู่ในรูปแบบเช่นนี้ด้วย จึงจะใช้งานได้

โฟลเดอร์หลัก ๆ ที่จำเป็นมีดังนี้
1. Cursor เป็นที่เก็บไฟล์กำหนดตำแหน่งของเนื้อเพลง
2. Lyrics เป็นที่เก็บไฟล์ของเนื้องเพลง
3. Song เป็นที่เก็บไฟล์เพลงแบบ MIDI
โดยที่ส่วนมาก จะมีข้อจำกัดให้การตั้งชื่อไฟล์เป็นตัวเลข และเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่เป็นตัวเลข 0 ถึง 9 ซึ่งหากเราไปดาวน์โหลดเพลงใหม่ ๆ มาเพิ่มเติม ก็แนะนำว่า ไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนชื่อไฟล์หรือชื่อโฟลเดอร์เลยนะครับ เพียงแค่ copy ไฟล์มาเก็บให้ถูกต้องก็พอแล้ว
เริ่มต้นขั้นตอนการติดตั้งซอฟต์แวร์กันดีกว่า
ตัวซอฟต์แวร์ของ KaraOK และเพลงต่าง ๆ ให้ลองค้นหาดูจากลิงค์ด้านท้ายของหน้าเว็บนี้นะครับ หลังจากดาวน์โหลดไฟล์ และเพลงต่าง ๆ มาครบแล้ว ก็เริ่มต้นขั้นตอนการติดตั้งกันได้เลย

ในตรงนี้เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมจะขอข้ามขั้นตอนการติดตั้งไปบ้างนะครับ กดที่ปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไปเรื่อย ๆ โดยที่ ขอแนะนำให้ ทำการติดตั้งซอฟต์แวร์นี้ที่ C:\KaraOK เท่านั้น เพื่อไม่ให้มีปัญหาตอนเพิ่มเพลง

จนมาถึงขั้นตอนของการติดตั้ง XingMPEG เพื่อที่จะใช้ในการซ้อนภาพยนตร์ ขณะที่ร้องเพลงได้ด้วย แนะนำให้ติดตั้งโดยกด OK

กดที่ปุ่ม OK เพื่อติดตั้ง XingMPEG ครับ

กด Next ไปเรื่อย ๆ จนถึงสุดท้ายที่ Finish ครับ ตรงนี้ให้ทำการ Restart เครื่องใหม่ก่อน 1 ครั้ง
การติดตั้ง KeyDisk ของ KaraOK
หลังจากติดตั้งโปรแกรม KaraOK ไปแล้ว ต่อไปก็ทำการติดตั้ง KeyDisk เพื่อให้ใช้โปรแกรมได้ ขั้นตอนก็ง่าย ๆ ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ สำหรับติดตั้ง KeyDisk ได้เลย

กดที่ปุ่ม Install เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

และเมื่อเสร็จ ก็กดที่ปุ่ม Finish เป็นอันจบครับ
ขั้นตอนการเพิ่มเพลงเข้าไปในโปรแกรม KaraOK
ต่อไป คือการเพิ่มเพลงเข้าไปในตัวโปรแกรม เพื่อให้โปรแกรมรู้จักเลงต่าง ๆ โดยที่จะมีซอฟต์แวร์สำหรับ ทำการเพิ่มเพลงไว้ชื่อว่า ListOK ครับ การใช้งานก็เรียกโปรแกรมโดยดับเบิลคลิกที่ไฟล์ ListOK ตามตัวอย่าง

ทำการเปลี่ยน Folder สำหรับเก็บเพลง ให้เป็น Folder ของคุณบนเครื่องก่อน แล้วกดที่ปุ่ม ทำ Lister ได้เลย ครับ

ถ้าหากกำหนด Folder ถูกต้อง โปรแกรมจะเริ่มต้นการเพิ่มเพลง ถ้ามีเพลงแยะมาก อาจจะใช้เวลาสักหน่อย รอจนเสร็จครับ ตรงนี้ก็เป็นอันว่า จนขั้นตอนการติดตั้งต่าง ๆ ทั้งหมดแล้ว หากมีการดาวน์โหลดเพลงใหม่ ๆ มา ก็จะต้องทำขั้นตอนการเพิ่มเพลงด้วย ListOK ใหม่ทุกครั้งด้วยนะครับ
การตั้งค่าและใช้งานโปรแกรม
เมื่อติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เรียกที่ไอคอนของโปรแกรม KaraOK เพื่อเริ่มต้นการตั้งค่าและใช้งาน ก่อนอื่น ต้องทำการตั้งค่าต่าง ๆ ของตัวซอฟต์แวร์ให้เรียบร้อย โดยกดปุ่ม F12 หรือเลือกที่ SETUP ครับ

จากนั้น เลือกที่ป้ายของ Directory ตามภาพ

ให้ทำการเปลี่ยน Folder ที่เก็บเพลงต่าง ๆ ให้ถูกต้องก่อน แล้วกดที่ปุ่ม ตกลง

หลังจากนี้ เมื่อเราพิมพ์รายชื่อเพลง จะมีเมนูของเพลงและรายการมาให้เลือก สามารถใช้ปุ่มคีย์ลูกศร ซ้ายขวา เพื่อเลือกเพลงได้ครับ หรือจะกดคีย์ INS เพื่อเลือกเพลงจากเมนูก็ได้ ใช้ไม่ยากครับ ทดลองเล่นกันดูก่อน
เอาหละ ทีนี้ก็ หนึ่ง.. สอง... สาม.. เอ้า เตรียมตัวร้องเพลงกันได้เลย

ลิงค์สำหรับดาวน์โหลด ซอฟต์แวร์และเพลงใหม่ ๆ


โดย: คอม-ไทย ดอทเน็ต

ผู้ติดตาม